[SF] O●o•. The 7 Itch .•o●O [Kibum&Donghae]

posted on 14 Jul 2009 22:41 by kihae-holic
 

O●o. The 7 Itch .o●O





‘ลีทงเฮเป็นแฟนคิมคิบอม'

‘ถ้ายังรักตัวกลัวตายก็อย่าไปยุ่งกับพี่คิบอมเลย'


ประโยคบอกเล่าแกมเตือนภัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่ได้ยินได้ฟังเป็นเรื่องปกติทั่วไปนับตั้งแต่เหตุการณ์ระทึกขวัญสั่นประสาทเกิดขึ้นกลางโรงอาหารมหาวิทยาลัยวันนั้น และถ้าจะนับระยะเวลาจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็หกเดือนเกือบเจ็ดเดือนแล้วสินะ....เจ็ดเดือนงั้นเหรอ!! ได้ยินแล้วคันๆนะว่าไหม

อ้าวไม่เคยได้ยินที่ฝรั่งเค้าพูดกันหรือ 7 Day 7 Month 7 Year Itch !!?

คันมา เจ็ดวัน เจ็ดเดือน เจ็ดปีน่ะ....เอิ๊ก!!!



.




"ไม่ไปไม่ได้เหรอ...เค้าไม่มีที่อื่นให้เลือกหรือไง"

น่าจะราวๆสองชั่วโมงแล้วเห็นจะได้ที่คิบอมวนเวียนถามคำถามนี้กับลีทงเฮซ้ำไปซ้ำมา แต่ก็นะถึงมันจะน่ารำคาญแต่ทงเฮก็รู้สึกชอบมากกว่าหงุดหงิดนิดหน่อยเลยยังไม่คิดจะเหวี่ยงใครเอาตอนนี้

"แค่สองเดือนเอง"

"ตั้งสองเดือนต่างหาก....ฝึกงานที่บริษัทพี่เฮเคียวไม่ได้เหรอ"

"ไม่ได้" ทงเฮตัดลมหายใจคิมคิบอมด้วยคำสั้นๆแค่นั้น แล้วแกะมือคนที่ทำท่าจะเป็นจะตายออกจากเอว เตรียมลุกขึ้นยืน เมื่อเห็นว่าฮยอกแจ ลีทึก และเพื่อนๆอีกกว่าแสนคนเดินเข้ามาในห้องสมุดแล้ว

"ทงเฮแกจะไปไหน" ฮยอกแจเพื่อนรักเพื่อนยากตะโกนถามมาแต่ไกล ไม่ได้เกรงกลัวคุณบรรณารักษ์ติสแตกที่นั่งขยับขาแว่นสไตล์โบฮีเมี่ยนแล้วเขม้นมองมาทางนี้แต่อย่างใด ขณะที่ทงเฮกำลังถอนใจอีกรอบเพราะคิบอมเอื้อมคว้าข้อมือไว้อีกแล้ว ก่อนจะขืนข้อมือออกจากการเกาะกุม พลางหันมาตอบเพื่อนรักว่า

"ห้องน้ำ"

ฮยอกแจพยักหน้าให้สองสามทีแล้วก็เดินมาถึงโต๊ะพอดี คนไม่เรื่องมากกวาดมองสภาพโต๊ะตัวยาวๆเบื้องหน้าที่มีคิบอมนั่งเท้าคางประดับอยู่แวบหนึ่ง แล้วก็เลือกนั่งลงตรงเก้าอี้ว่างๆที่คาดว่าไม่ใช่ของทงเฮ ส่วนพวกหน้าตาดีผิดนิสัยอย่าง ลีทึก ซีวอน คังอินและฮันเกิงก็เลือกนั่งกันตามใจชอบ

"ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะมึง...พวกกูให้อยู่กับเมียนานๆนี่ไม่ดีเหรอ" ฮันเกิงถามด้วยข้อมูลประเภทแฟคแบบที่ใครๆก็รู้ ด้วยความสงสัย แต่คิบอมก็ส่ายหน้าบูดๆให้

"มึงอย่าสู่รู้...แล้วนี่ซองมินไม่มาเหรอ"

"เดี๋ยวคงตามมาล่ะม้าง...แฟนเป็นซิงเงอร์ก็เงี้ย"

ซีวอนแขวะมาดอนน่าส่วนตัวที่พอมีแฟนแล้วก็ทำตัวห่างเหิน เอะอะๆก็คยูฮยอนด้วยน้ำเสียงเซงๆจบปุ๊บ
ลีทึกก็เริ่มบทสนทนาใหม่ๆขึ้นมาติดๆ แน่นอนว่าทุกๆวันเหล่าหนุ่มหล่อทั้งหลายจะต้องมีเรื่องมาแบ่งปันกันไม่มีว่างเว้นตามภาษาคนฮอทผิดมนุษย์มนาน่ะนะ .... เหลือเชื่อไหมล่ะขนาดไม่มีเรื่อง ‘คนอื่น' มันก็ขุดเอาเรื่อง ‘ตัวเอง' มาเผาให้กันและกันฟังได้หน้าตาเฉย พวกหนุ่มหล่อจำพวกเดือนเนี่ย






ในระหว่างที่ภายในห้องสมุดเล็กๆกำลังคึกครื้นด้วยบทสนทนาไร้สาระเป็นหลักอยู่นั้น ทงเฮที่อยู่ในห้องปลดทุกข์เองก็กำลังรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวหลังจากที่เอาทุกข์โศกจากภัยธรรมชาติมาทิ้งที่นี่ด้วยเช่นกัน และคนที่มีแต่ความสุขที่กำลังล้างมืออย่างลีทงเฮก็เห็นว่าการแอบฟังคนอื่นคุยกันในระหว่างนี้ไม่ใช่เรื่องของแถมอะไรที่ตรงไหน แต่พอได้ยินชื่อที่ติดมากับบทสนทนาภาษาหญิงๆแล้วมันก็อดที่จะล้างมือแบบเอ้อระเหยไม่ได้จริงๆ

"ชั้นก็เพิ่งจะเข้าใจว่าทำไมแกถึงชวนชั้นมาทำงานที่ห้องสมุดคณะสถาปัตย์ฯ"

"ตอนแรกชั้นก็ไม่อยากมาหรอก" หญิงสาวคนที่ทงเฮคาดว่าเป็นตัวตั้งตัวตีว่าแล้วก็หัวเราะร่วน "แต่พอมาเจอรุ่นพี่คิบอม กับเพื่อนๆของเค้าที่นี่แล้ว....ให้ตายเถอะชั้นชอบห้องสมุดถาปัตย์จริงๆ"

"แต่คนคิดแบบเราก็เยอะเหมือนกันนะ...เดี๋ยวนี้ห้องสมุดที่นี่ มีคนมาใช้เยอะขึ้นเกือบสองเท่าแนะ"

ใช่ความจริงข้อนี้ทงเฮเองก็ไม่เถียงซักคำว่า ตั้งแต่ที่พวกเขาย้ายที่สิงสถิตจากโรงอาหารที่วุ่นวายมาเป็นที่นี่ ปริมาณคนที่มาใช้ห้องสมุดก็ดูจะมากขึ้นจนน่าตกใจ

"แต่เดี๋ยวช่วงปิดเทอมคนก็น้อยลงล่ะโดยเฉพาะพวกหนุ่มๆน่ะนะ...ก็พี่ทงเฮไปฝึกงานไกลซะขนาดนั้น แล้วก็พวกสาวๆที่หลงไหลได้ปลื้มพี่ลีทึกกับพี่ฮยอกแจอีกล่ะ คงจะบางหูบางตาลงไปเยอะ"

"งั้น...พี่คิบอมก็ว่างอะดิ...แปลกเนาะพี่เหยียบดาว เอ๊ย พี่ทงเฮเค้าไม่กลัวแฟนนอกใจหรือไงนะ เล่นทิ้งชิ้นปลามันอุดมด้วยดีเอชเอไว้แบบนี้"

"ไม่รู้สิ...แต่เค้ารักกันขนาดนั้น คนอื่นคงไม่ได้ดมง่ายๆหรอก"

ได้ยินประโยคนี้แล้วทงเฮแทบจะเดินทะลุกำแพงเข้าไปกอดขอบคุณคุณน้องผู้หญิงที่กำลังอวยพรให้เขาอยู่อีกฟากของกำแพงกั้นเสียเหลือเกิน แต่ถ้าทำอย่างนั้นเขาก็กลัวเหลือเกินเหมือนกันว่าอาจจะไม่ได้แค่กอดให้รางวัลน้องผู้หญิงคนนั้นอย่างเดียว แต่จะมีของแถมเป็นการตบสั่งสอนแม่เพื่อนตัวดีของคุณน้องเข้าให้สักฉาด!!

"ของแบบนี้ก็ไม่แน่นะแก...ก็คนมันเคยๆอะ ก่อนจะคบกับพี่ทงเฮเหยียบดาวนี่ก็เที่ยวจัดเถอะได้ข่าว แต่ที่ช่วงนี้หาตัวเจอยากๆก็เพราะพลาดท่าไปมีแฟน" หล่อนอมยิ้มขำๆ "ก็อย่างว่าล่ะนะคนที่ไม่เคยมีแฟนพอมีแฟนหล่อเข้าหน่อยก็ไม่กล้าปล่อยให้ไปไหน กลัวว่าพอหลุดมือไปแล้วจะหาแบบนี้ไม่ได้อีก"

"แต่พี่ทงเฮนี่ก็ใช่ธรรมดาเมื่อไหร่" .... คิดเอาว่าจะสวยยังไงถึงได้มีฉายาว่าสวยเหยียบดาว

"ก็ไม่ได้เถียง....แต่เอาจริงๆนะ ถึงคุณพี่เค้าจะสวยแค่ไหน ถ้าพี่คิบอมไม่ใจแตกเอาตอนเจ็ดเดือน ก็อีกไม่นานหรอกเชื่อเถอะ พี่เค้าเล่นจับไว้ไม่ปล่อยให้ไปไหนแบบนั้นน่ะ ผู้ชายนะร้อยทั้งร้อยเคยเจ้าชู้ยังไงก็เปลี่ยนไม่ได้หรอก ... เก็บกดมากๆ พอมีอิสระเมื่อไหร่ก็กระเจิดกระเจิงทั้งนั้น"

สิ้นคำสบประมาทที่หญิงสาวยัดเยียดให้คิมคิบอม เท้าขาวๆภายใต้รองเท้าแนวสตรีมแวร์ยี่ห้อดังก็เตะเปรี้ยงเข้าไปที่ถังขยะเปล่าๆที่ใกล้ที่สุดในทันที


"เฮ้ย!!!" บุคคลไม่ได้รับเชิญ หรือจะเรียกอีกอย่างว่าเกือบซวยในวันนี้ร้องเสียงหลง แล้วถอนใจยาวเมื่อเจ้าตัวบิดเอวหลบหลีกถังขยะที่ลอยมาจากไหนก็ไม่รู้ได้อย่างฉิวเฉียด "แกเป็นบ้าอะไรอีกล่ะเนี่ย...วันนี้บรรยากาศดีนะขอบอก....อย่าทำลายๆ"

ทงเฮไม่ได้คิดต่อความยาวอะไร และไม่คิดจะเสวนาอะไรกับใครตอนนี้ด้วย ดวงตาที่ใครต่างว่าสวยนักหนาค้อนให้เพื่อนรักที่คาดว่ารับหน้าที่มาตามไปเพียงเท่านั้น แล้วก็เดินเร็วๆกลับเข้าไปในห้องสมุด ส่วนเพื่อนที่แสนดีที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่อง ก็ทำได้แค่ส่ายหน้าเอือมๆแบบคนชินชา แล้วเดิมตามกลับเข้าไปในห้องสมุดแบบไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่




.





เที่ยงวันนี้อาหารกลางวันยังเป็นมื้อสุดประหยัดเหมือนเดิม แต่ที่ดูจะไม่เหมือนเดิมก็คงเป็นท่าทางคนดีของคิบอมนั่นแหละที่แปลกไป .... ทั้งๆที่เรื่องที่คังอินเล่าเมื่อกี้มันตลก แต่ทำไมทงเฮถึงไม่ขำ

"ไม่สบายเหรอ"

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นของคิบอมเป็นอันต้องตกไปเมื่อยกมือขึ้นอังหน้าผากเนียนๆ แล้วอุณหภูมิร่างกายปกติดี

"เป็นอะไรคนดี....ไม่เห็นทานข้าวเลย" คิบอมกระซิบถาม พลางคว้ามือนุ่มนิ่มข้างที่เท้าเก้าอี้อยู่ขึ้นมากุมไว้ แล้วไล้นิ้วหัวแม่มือไปบนหลังมือเบาๆ

ในทีแรกทงเฮคิดที่จะชักมือกลับแล้วแยกเขี้ยวให้คนที่ชอบฉวยโอกาสเป็นนิจสิน แต่วันนี้เขาไม่อยากทำอะไรที่เข้าทำนองซ้ำซากอีกแล้ว จึงคิดจะลองทำตัวใหม่ ให้มันแตกต่างจากที่แม่ผู้หญิงสองคนนั้นพูดดูบ้าง

ใจจริงทงเฮ อยากเดินไปถามตรงๆอยู่เหมือนกัน ว่าพวกหล่อนมาเกาะอยู่ใต้เตียงหรือไงถึงได้พูดว่าเขาจับคิบอมเอาไว้ไม่ยอมปล่อยให้ไปไหนด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจแบบนั้น แต่ก็นะถ้าจะว่าไปตามตรง เขาก็พอจะเข้าใจหัวอกพวกหล่อนอยู่บ้างนิดหน่อย ทำไมน่ะเหรอก็พวกที่ไม่มีปัญญาแม้แต่จะได้เฉียดใกล้คิมคิบอมอย่างนั้น คงไม่มีทางจินตนาการหน้าตาของคิบอมยามที่เขาทั้งไล่ ทั้งขอร้องสารพัดให้ออกไปเที่ยวไปดื่มกับเพื่อน ในช่วงที่เขาต้องเร่งส่งงานหรอก ถึงได้มายืนเดาส่งเดชกันหน้าชื่นอกตรมอยู่เป็นนานสองนานแบบนั้น

"ว่ายังไงคนดี...ตอบคิบอมหน่อย"

ถ้าการที่ชักมือออกจากการเกาะกุมแบบทุกที เป็นการขู่บังคับไม่ให้คนรักไปไหน งั้นทงเฮจะลองสอดประสานนิ้วมือของเราไว้ ให้อิสระคิบอมได้ทำตามใจก็แล้วกัน ... ถ้าการที่หันไปถลึงตาใส่คือการจับทุกความเคลื่อนไหวของคิบอมไม่ยอมให้คลาดสายตามันจะทำให้คิบอมเก็บกด งั้นวันนี้เขาจะขอช้อนสายตาขึ้นสบนัยน์ตาสีดำขลับคู่นั้นซึ้งๆเพื่อเป็นการบอกให้อีกคนรู้ว่าเขาไม่ว่าถ้าคิบอมอยากจะไปไหนเพียงลำพัง ... และถ้าการที่นั่งทานข้าวไป แล้วฟาดมือลงไปบ้างเวลาที่คิบอมอาศัยช่วงชุลมุนโอบเอวเขาไว้จนแน่นแบบที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ เป็นการตามติดคิบอมแจอย่างที่ว่า งั้นวันนี้ทงเฮจะลองปล่อยให้คิบอมได้ทำอะไรตามใจสักวันโดยการซบลงไปที่ไหล่กว้างๆ ยอมตกอยู่ในวงแขนอบอุ่นนี้โดยไม่เกี่ยงงอนดูสักครั้งก็แล้วกัน

"สบายดี...แต่อยากอ้อนแฟนได้ใช่มั้ย"

คิบอมไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ หากเขากระชับอุ้งมือนุ่มนิ่มไว้ แล้วแนบหน้าผากลงกับหน้าผากมนเบาๆ ส่งยิ้มให้อบอุ่นเหมือนเคยแค่เพียงเท่านั้น ... ถึงแม้ว่าทงเฮจะชอบทำอะไรต่อมิอะไรที่ธรรมดาให้ดูแปลกใหม่สำหรับคิบอมได้เสมอ แต่การช้อนสายตาขึ้นอ้อนต่อหน้าผู้คนแบบตอนนี้ ไม่เคยเกิดขึ้นเลยสักครั้งฉะนั้นเพื่อความสุขเล็กๆที่ทงเฮอยากจะมี และสิ่งเหล่านั้นเขาก็เต็มใจจะให้ มันก็เลยไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นนอกจากความรัก




.




เที่ยงคืนสิบห้านาที ยังไร้วี่แววของคนที่บอกว่าจะกลับก่อนเที่ยงคืน แต่ทงเฮที่ยังจัดกระเป๋าเดินทางไม่เสร็จก็ไม่ได้คิดหงุดหงิดอะไร ออกจะดีใจด้วยซ้ำที่คิบอมจะได้ออกไปไหนมาไหนโดยที่ไม่มีเขาอยู่ข้างๆเสียบ้าง!!

คริ๊ก!!

เสียงดัง ‘คริ๊ก' ทางด้านหลังบอกทงเฮให้เหลือบนัยน์ตาขึ้นดูเงาสะท้อนจากกรอบรูปบนตู้หัวเตียงให้แน่ใจว่าใช่
คิบอมจริงๆ ไม่ใช่ใครอื่นแบบที่เคยเจอ แล้วรอฟังว่าวันนี้คิบอมจะแก้ตัวว่าอะไร

"แวะไปส่งหลายศพขอโทษนะ"

"เหม็นเหล้า" ทงเฮพึมพำ ย่นคอไม่ยอมให้คนที่กำลังนั่งยองๆซ้อนอยู่ด้านหลังได้ทำตามใจ แต่ดูเหมือนคิบอมจะไม่ได้สนใจว่าอีกคนจะขัดขืนอะไรแม้แต่น้อยคนเอาแต่ใจก็ยังหาทางตักตวงต่อ

"ขอหอมให้ชื่นใจหน่อย...เดี๋ยวไม