[Fic] ...:: The Guardian Angel ::...

posted on 27 Jun 2008 20:05 by kihae-holic in fiction

http://i135.photobucket.com/albums/q138/kihaeshey/min123eef_07484copy.jpg

 

 

 

…..::::: Prologue :::::…..










เย็นย่ำของวันนี้อากาศด้านนอกยังคงอบอ้าวต้อนรับการมาเยือนของฤดูร้อนไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถึงกระนั้นรอยยิ้มและความขยันขันแข็งของเจ้าของร้านแห่งนี้ก็ไม่ได้ถูกบั่นทอนให้น้อยลงไปแต่อย่างใด

“เอานี่...ดื่มไปพลางๆก่อนนะอีกเดี๋ยวซองมินก็คงมาล่ะ”

มือขาวบรรจงวางกาแฟเย็นสูตรเฉพาะของที่ร้านลงบนเค้าเตอร์ ซีวอนพยักหน้านิดๆก่อนลิ้มลองรสชาติกาแฟเย็นปั่นใส่ไอศครีมรสเข้มข้นเข้าไปตามที่อีกคนแนะนำ

“เพื่อนทงเฮนี่ทำไมมาสายเป็นประจำเลยนะ”

ถึงแม้ซีวอนจะใช้คำถามที่เหมือนไม่จริงจังอะไรนัก แต่ทงเฮก็ยังอดหัวเราะใบหน้าหล่อๆที่บูดบึ้งอยู่ตลอดเวลาของผู้ชายคนนี้ไม่ได้...คุณชายซีวอน คุณน่าจะชินได้แล้วนะซองมินก็มาช้าแบบนี้เป็นประจำ

“ก็ซองมินเป็นเวรนี่...เดี๋ยวก็คงมานั่นแหละ”

“เฮ้อ...เซงชะมัด”

ทงเฮหันมายิ้มให้ทำท่าจะชวนซีวอนคุยให้ได้หายเบื่อ แต่เหลือบไปเห็นใครบางคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในร้านเสียก่อน ก็เลยปล่อยให้หน้าที่นั่งคุยเป็นเพื่อนซีวอนตกเป็นของฮยอกแจเพื่อนรักไปจะดีกว่า

“อ้าวไงครับคุณชายเมียอ้วนทิ้งอีกแล้วเหรอ”

ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องปรกตินะที่ฮยอกแจจะใช้ถ้อยคำบาดหูมากหน่อยกับชเวซีวอนคนที่ฮยอกแจบอกว่าหน้าเหมือนนกกลับชาติมาเกิดแน่นอนมันไม่ได้ทำให้ซีวอนรู้สึกระคายหูเท่ากับตอนที่ได้ยินในช่วงแรกๆแล้วเหมือนกัน

“ก็ใช่...คงเป็นเพราะผู้ปกครองไร้ความรับผิดชอบตามเคย”

ฮยอกแจได้ยินซีวอนบ่นประโยคเดิมๆ แล้วก็หันไปเบ้ปากให้กับทงเฮที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้าน เพื่อนสนิทของลีฮยอกแจคนนี้รู้ใจเสมอๆพอเห็นเขาก้าวเข้ามาในร้านปุ๊บ ก็เดินไปจัดเตรียมเครื่องดื่มประจำมาให้ปั๊บ
ทงเฮยิ้มให้แล้วก็ขยิบตาให้เล็กๆเป็นการบอกฮยอกแจว่าอย่าเผลอบันดาลโทสะใส่แฟนเพื่อนเข้าล่ะ

“ก็โรงเรียนนี้ค่าเทอมแพงนี่นา พ่อแม่เค้าก็คงต้องทำงานตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตมาจ่ายค่าเทอมนั่นแหละ”

ทงเฮก็เป็นแบบนี้ประจำ นอกจากจะชอบทำหน้าตาน่ารักเข้ากับรูปร่างกระทัดรัดแล้ว เรื่องที่จะใช้คำพูดคำจาให้คนอื่นรู้สึกดีนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เจ้าตัวถนัด

“แล้ววันนี้ขายดีหรือเปล่า?”

ฮยอกแจเห็นทีว่าคงจะทนฟังซีวอนบ่นต่อไปไม่ไหว ก็ตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุยเสียเอง

“ก็ดีนะ...เด็กมัธยมไม่รู้มาจากไหนเยอะแยะไปหมดช่วงก่อนที่พวกนายทั้งสองคนจะมาน่ะ”

ฮยอกแจพยักหน้าหงึกหงักพลางยกโกโก้เย็นสุดโปรดขึ้นดื่มให้ชื่นใจ ถ้าถามว่าใครชงโกโก้ได้ถูกใจลีฮยอกแจที่สุดแล้วล่ะก็ รู้ไว้เลยว่าลีทงเฮเท่านั้นที่ฮยอกแจให้เป็นมือวางอันดับหนึ่ง



กรุ๊งกริ๊ง




ทงเฮกะเวลาคร่าวๆไว้ในใจแล้วล่ะว่าซองมินจะต้องวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในร้านตอนห้าโมงสี่สิบห้านาที แต่วันนี้ดูเหมือนจะมีข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆในคำทำนายของทงเฮเพราะซองมินไม่ได้เดินเข้ามาในร้านด้วยสีหน้ารู้สึกผิด หากแต่ใบหน้าขาวใสกลับระบายรอยยิ้มไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรนักเมื่อพบว่าซีวอนกำลังนั่งกอดอกรอ คำ อธิบายเชิงออดอ้อนของซองมินอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาเตอร์

“ยิ้มอะไรน่ะ...ซีวอนหงุดหงิดใหญ่แล้ว”

ทงเฮขมวดคิ้วถามไม่เข้าใจเลยจริงๆชอบนักทำให้แฟนอาละวาดสนุกนักหรือไงนะ ลีซองมิน

“คิกคิก...ขอโทษนะที่มาช้าแต่วันนี้ชั้นมีของขวัญมาให้ทุกคนล่ะ”

ถึงแม้ว่าทงเฮจะรู้ดีว่าซองมินเป็นคนที่มีสุขภาพจิตชนิดดีเยี่ยมมานานแล้วก็เถอะ แต่ไม่คิดว่าในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการถูกซีวอนโกรธ เจ้าตัวจะกล้าหัวเราะหน้าชื่นตาบานได้แบบนี้ แต่ทว่าถ้ามาคิดดูอีกทีถ้าซองมินจะทำหน้าแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอก เพราะทงเฮประจักษ์แล้วว่าของขวัญที่ซองมินว่านั้นไม่มีใครกล้าปฏิเสธเลยจริงๆ

“อ่า...น่ารัก~”

ซีวอนที่ยังโกรธๆอยู่เมื่อครู่ถึงกับเพ้อออกมาพร้อมๆกับทงเฮและฮยอกแจ ทันทีที่หนูน้อยแก้มกลมในชุดเอี้ยมกระโปรงยีนส์ เดินออกมาจากทางด้านหลังของซองมิน มือเล็กๆบีบมือคุณครูซองมินไว้เสียจนแน่น

“ซองมินเอาหนูน้อยแก้มกลมแบบนี้มาจากไหน?”

“พอดีผู้ปกครองยังไม่มารับ...เรากลัวว่าซีวอนจะรอนานก็เลยพามากินไอศครีมที่ร้านทงเฮน่ะ”

ซองมินมองหน้าตาเคลิบเคลิ้มของเพื่อนๆและคนรักยิ้มๆ แล้วก็ก้มลงไปบอกหนูน้อยข้างกายว่า

“สวัสดีพี่ๆหรือยังครับซูจอง”

นักเรียนตัวน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาคุณครูด้วยความประหม่าเล็กๆ ซองมินส่งยิ้มใจดีให้พร้อมกับพยักหน้าบอกว่าไม่ต้องกลัว หนูน้อยจึงได้มั่นใจแล้วหันมาก้มศีรษะให้ด้วยความนอบน้อม น่ารักสมกับหน้าตาไม่มีผิด

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อคิมซูจองค่ะ...ไม่ใช่แก้มกลม”

น้ำเสียงเล็กๆถูกเปร่งออกมาพร้อมกับการแนะนำตัวตามแบบฉบับที่ไม่ชัดถ้อยชัดคำนักก็ซูจองเพิ่งจะอายุสี่ขวบเองนี่นาจะให้พูดชัดทุกคำก็คงทำไม่ได้...แต่ก็นี่แหละที่ทำให้พี่ๆหน้าหล่อหน้าสวยทั้งหลายเป็นปลื้มกันจนออกนอกหน้า

“ซูจองหนูทานอะไรมาแล้วหรือยัง”

ทงเฮเดินออกมาจากหลังเคาเตอร์แล้วย่อตัวลงนั่งยองๆตรงหน้าหนูน้อย นัยน์ตาสีชาประสานเข้ากับดวงตากลมโตอย่างอ่อนโยน ช่วยลดความประหม่าให้หนูน้อยได้มากเลยล่ะ

“ซูจองยังไม่ทานเลยค่ะ”

“แล้วหนูอยากกินไอศครีมมั้ยค่ะ”

ทงเฮเลิกคิ้วเอียงคอรอปฏิกิริยาตอบรับจากหนูน้อยไม่ถึงอึดใจริมฝีปากสีสดที่แต่งแต้มใบหน้าจิ้มลิ้มให้ดูน่าชังมากยิ่งขึ้นก็ขยับพูดจนได้

“ค่ะ...เอาวิปปิ้งครีมด้วยนะค่ะ”

ทงเฮได้ยินแล้วก็แทบจะอดใจไม่ให้สวมกอดหนูน้อยไม่ไหว แต่ถ้าจะทำแบบนั้นเขาไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าซูจองจะกลัวเขาหรือเปล่า ทงเฮที่เคยคลุกคลีกับเด็กๆมาก่อนจึงจำต้องหักห้ามใจ ทำเพียงแค่ส่งยิ้มละมุนไปให้หนูน้อยแก้มกลมในขณะที่เริ่มแนะนำตัวบ้าง

“ได้เลยแต่เรามาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่าเนาะ”

หลังจากที่ทงเฮแนะนำตัวเสร็จ ฮยอกแจและซีวอนที่ไม่รู้ว่าเดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็รีบแนะนำตัวด้วยเหมือนกัน ใช้เวลาไม่นานหรอกคิมซูจองที่มีท่าทีหวาดๆในทีแรกก็ดูจะคุ้นเคยกับทุกคนแล้วในตอนนี้


“ซูจองพี่ซีวอนกับพี่ฮยอกแจใครหล่อกว่ากันค่ะ?”


ซองมินและทงเฮมองภาพของผู้ชายนิสัยไม่เหมือนกันสองคนที่กำลังแย่งกันหล่อในสายตาของหนูน้อยอย่างเอาเป็นเอาตายแล้วก็ได้แต่หันมาส่ายหน้าให้กันขำๆ

“ลูกเต้าเหล่าใครกันพาลูกเค้ามาอย่างนี้เค้าไม่แจ้งความว่าลักพาตัวหรอกใช่มั้ย”

ซองมินยกเลม่อนโยเกิร์ตแก้วโปรดขึ้นดื่ม พลางส่ายหน้ายิ้มๆ

“ไม่หรอก...ผู้ปกครองซูจองมารับช้าอย่างนี้เป็นประจำน่ะ”

“ใช่คุณพ่อรูปหล่อที่ซีวอนชอบมาบ่นๆหรือเปล่า”

ทงเฮเดาสุ่มให้มั่วไปหมด ก็เห็นซีวอนชอบมาบ่นๆอยู่บ่อยๆว่าซองมินต้องกลับบ้านช้าเพราะผู้ปกครองไร้ความรับผิดชอบอยู่เรื่อย เห็นบอกว่าเป็นเจ้าของโรงแรมเจดับเบิลยูมาริออทอะไรทำนองนี้นี่แหละ

“อื้ม...นั่นแหละแต่ถึงแม้ว่าจะถูกทิ้งให้อยู่โรงเรียนมืดๆค่ำๆบ่อยๆก็เถอะนะ ซูจองก็ร่าเริงเหมือนเด็กคนอื่นๆ”

“ก็ดีแล้วล่ะ...เด็กทุกคนไม่เหมาะกับปัญหาอะไรทั้งนั้นนั่นแหละ”

ทงเฮว่าจบแล้วก็หันมายิ้มให้ซองมินบางๆ ก่อนขอตัวไปจัดการกับลูกค้ารายล่าสุดที่เพิ่งจะเข้ามาในร้านหลังจากที่ไม่มีใครเข้ามาร่วมๆครึ่งชั่วโมงแล้ว

ส่วนใหญ่ร้านของทงเฮจะมีคนแวะเวียนเข้ามาซื้อไอศครีมเป็นโคนแล้วก็จากไปมากกว่า ที่จะมานั่งแช่กันเป็นชั่วโมงๆเหมือนกับร้านอื่นๆ ที่นั่งนั่งภายในร้านจึงไม่ได้จัดเตรียมไว้มากนักแต่กิจการก็ยังคงมีแต่กำไรตลอดมานับตั้งแต่เปิดร้านจนกระทั่งตอนที่ทงเฮลาออกจากการเป็นคุณครูสอนโรงเรียนอนุบาลมาสานต่อกิจการของคุณพ่อนี่แหละ





.





อีกสามนาทีจะหกโมงครึ่ง

รถยุโรปสีตะกั่วจอดเทียบฟุตบาทหน้าป้ายโรงเรียนอนุบาลดังเอี๊ยดไม่ถึงสองนาทีประตูรถก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงๆที่ก้าวลงมาจากรถ ใบหน้าหล่อจัดยังคงเนี้ยบ และเรียบนิ่งเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

“จะทุ่มนึงแล้วเหรอเนี่ย…ปะป๊าขอโทษนะซูจอง”

ริมฝีปากสีจัดพึมพำในขณะที่ขายาวๆกำลังก้าวไปตามทางเท้าที่มุ่งตรงไปยังชิงช้าตัวเดิมที่ลูกสาวตัวน้อยมักจะนั่งรอเขามารับเสมอๆ ทว่าสนามเด็กเล่นกลับว่างเปล่า ร่างสูงแทบจะล้มทั้งยืน ถ้าหากว่าเขาไม่เหลือบไปเห็นกระดาษที่ติดไว้ที่หน้าประตูกระจกหน้าห้องเรียนของซูจองเข้าเสียก่อน


‘พอดีผมเห็นว่ามันเย็นมากแล้ว ก็เลยพาซูจองไปรอคุณที่ร้าน Ice Paradise ด้วยน่ะครับ ร้านอยู่ไม่ไกลมาก ผมแนบแผนที่ไว้ให้แล้ว...’


คุณพ่อยังหนุ่มถอนใจเฮือกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่โกรธหรอกที่คุณครูประจำชั้นของซูจองจะทำแบบนี้ก็เขาผิดเองที่มารับลูกช้ากว่ากำหนดเวลาที่โรงเรียนกำหนดไว้ตั้งหลา